เช็คราคาแผนประกันตรงใจ
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ช่วงหน้าฝนหรือช่วงที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง หลายพื้นที่อาจมีน้ำท่วมขังบนถนน ทำให้ผู้ใช้รถต้องตัดสินใจว่าจะขับลุยต่อหรือหยุดรอ แต่สิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ ระดับน้ำท่วมรถ เพราะระดับน้ำที่ดูเหมือนไม่ลึกมาก อาจสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ระบบเบรก และช่วงล่างได้ วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปดูกันว่าน้ำท่วมสูงระดับแค่ไหน ที่ไม่ควรขับรถลุยต่อ เสี่ยงเครื่องยนต์พัง
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
การประเมินระดับน้ำท่วมรถ ควรดูจากความสูงของน้ำเทียบกับล้อรถเป็นหลัก เพราะเป็นวิธีที่สังเกตได้ง่ายขณะขับรถอยู่บนถนน แต่ต้องเข้าใจว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ความปลอดภัยจริงยังขึ้นอยู่กับประเภทของรถ ความเร็วของกระแสน้ำ สภาพถนน และความชำนาญของผู้ขับขี่ด้วย
หากระดับน้ำท่วมรถอยู่ที่ประมาณ 5–10 เซนติเมตร รถส่วนใหญ่ยังสามารถขับผ่านได้ แต่ควรใช้ความระมัดระวัง ไม่ควรขับเร็ว เพราะอาจทำให้น้ำกระเด็นใส่รถคันอื่น หรือกระเด็นเข้าชิ้นส่วนใต้ท้องรถ
เมื่อระดับน้ำท่วมรถสูงขึ้นมาประมาณ 10–20 เซนติเมตร รถส่วนใหญ่ยังอาจขับผ่านได้ แต่เริ่มต้องระวังมากขึ้น โดยเฉพาะรถขนาดเล็ก รถโหลดต่ำ หรือรถที่มีอายุการใช้งานนาน เพราะน้ำอาจเริ่มกระเด็นเข้าสู่ใต้ท้องรถและซุ้มล้อ
ระดับน้ำท่วมรถ ประมาณ 20–30 เซนติเมตร ถือเป็นระดับที่เริ่มเสี่ยง โดยเฉพาะรถเก๋งและรถอีโคคาร์ เพราะระดับน้ำอาจสูงใกล้ครึ่งล้อ หรือใกล้ตำแหน่งท่อไอเสียและชิ้นส่วนใต้ท้องรถบาง
หากระดับน้ำท่วมรถสูงประมาณ 30–50 เซนติเมตร หรือสูงเกินครึ่งล้อรถแล้ว ไม่ควรขับลุยต่อ โดยเฉพาะรถเก๋ง เพราะมีความเสี่ยงสูงที่น้ำจะเข้าสู่ท่อไอเสีย กรองอากาศ ห้องเครื่อง หรือระบบไฟฟ้า
หากระดับน้ำท่วมรถสูงตั้งแต่ 50 เซนติเมตรขึ้นไป หรือสูงเกือบถึงฝากระโปรงรถ ไม่ควรขับลุยโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถ SUV หรือรถกระบะ เพราะระดับน้ำสูงมากพอที่จะสร้างความเสียหายต่อเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า กล่องควบคุม และภายในห้องโดยสารได้

ก่อนตัดสินใจขับผ่านน้ำท่วม ควรประเมินระดับน้ำท่วมรถ จากสิ่งรอบตัว ไม่ควรใช้ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว เพราะน้ำอาจลึกกว่าที่มองเห็นได้ โดยวิธีประเมินระดับน้ำท่วมรถก่อนขับผ่าน สามารถทำได้ดังนี้
รถแต่ละประเภทมีความสูงจากพื้นต่างกัน ทำให้การประเมิน ระดับน้ำท่วมรถ ไม่เหมือนกัน รถกระบะอาจผ่านน้ำได้มากกว่ารถเก๋งบางรุ่น แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถลุยน้ำได้ทุกสถานการณ์
รถเก๋งมักมีความสูงจากพื้นไม่มาก ท่อไอดีและชิ้นส่วนสำคัญบางจุดอาจอยู่ต่ำกว่า SUV หรือกระบะ ดังนั้นหาก ระดับน้ำท่วมรถ สูงถึงครึ่งล้อ ควรระวังเป็นพิเศษ และหากน้ำสูงเกินครึ่งล้อควรหลีกเลี่ยงทันที
รถกระบะมีความสูงจากพื้นมากกว่ารถเก๋งหลายรุ่น แต่ยังต้องระวังเรื่องคลื่นน้ำและน้ำเข้าระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะรถกระบะรุ่นใหม่ที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก อย่าคิดว่าเป็นกระบะแล้วจะผ่าน ระดับน้ำท่วมรถ ได้ทุกแบบ
รถ SUV มักมีความสูงจากพื้นมากกว่ารถเก๋ง ทำให้ผ่านน้ำตื้นได้ดีกว่า แต่ก็ยังเสี่ยงน้ำเข้าห้องเครื่อง ระบบไฟฟ้า และระบบเบรกได้ หาก ระดับน้ำท่วมรถ สูงมากหรือเป็นน้ำไหลแรง ไม่ควรฝืนขับต่อ
รถยนต์ไฟฟ้ามีการออกแบบระบบแบตเตอรี่และไฟฟ้าให้มีการป้องกันระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถขับลุยน้ำท่วมที่ลึกได้อย่างปลอดภัย หากเจอ ระดับน้ำท่วมรถ สูง น้ำไหลแรง หรือไม่รู้ความลึก ควรหลีกเลี่ยง เพราะระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและแบตเตอรี่อาจเสียหายได้หากมีน้ำหรือความชื้นเข้าไปในจุดสำคัญ

เมื่อเจอระดับน้ำท่วมรถสูง สิ่งที่ไม่ควรทำมีหลายข้อ เพราะพฤติกรรมบางอย่างอาจทำให้รถเสียหายหนักกว่าเดิม และอาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
หลายคนเข้าใจผิดว่าการเร่งเครื่องแรงจะช่วยให้รถไม่ดับ แต่จริง ๆ แล้วการเร่งเครื่องอาจทำให้น้ำกระเด็นเข้าห้องเครื่องมากขึ้น และทำให้รถเสียการควบคุมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องผ่าน ระดับน้ำท่วมรถ ที่สูงหรือมีน้ำขังเป็นระยะทางยาว
หากมองไม่เห็นเส้นแบ่งเลน ขอบฟุตบาท หรือพื้นถนน ไม่ควรขับต่อ เพราะไม่สามารถประเมิน ระดับน้ำท่วมรถ ได้อย่างแม่นยำ ถนนใต้น้ำอาจมีหลุมลึก ฝาท่อเปิด หรือเศษวัสดุที่ทำให้ยางแตกและช่วงล่างเสียหายได้
หากเครื่องยนต์ดับขณะอยู่ในน้ำ ห้ามสตาร์ตรถซ้ำเด็ดขาด เพราะหากมีน้ำเข้าเครื่องยนต์ การสตาร์ตซ้ำอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายหนักขึ้น ควรปิดสวิตช์รถ เปิดไฟฉุกเฉินถ้าทำได้อย่างปลอดภัย และเรียกรถยกหรือช่างเข้าช่วยเหลือ
หากระดับน้ำท่วมรถสูงถึงประตู การเปิดประตูอาจทำให้น้ำทะลักเข้าห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว ควรประเมินสถานการณ์ก่อน หากรถอยู่ในจุดที่อันตราย ควรขอความช่วยเหลือและออกจากรถอย่างปลอดภัยที่สุด
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หากเพิ่งผ่านระดับน้ำท่วมรถหรือรถแช่น้ำมา ไม่ควรเสียบชาร์จทันที ควรให้ช่างตรวจสอบระบบไฟฟ้า ช่องชาร์จ แบตเตอรี่ และความชื้นก่อน เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าหรือความเสียหายของระบบแรงดันสูง
แม้จะขับผ่านน้ำท่วมมาได้โดยรถไม่ดับ ก็ไม่ได้แปลว่ารถไม่มีความเสียหาย เพราะบางปัญหาอาจค่อย ๆ แสดงอาการหลังจากนั้น ดังนั้นหลังเจอ ระดับน้ำท่วมรถ ที่ค่อนข้างสูง ควรตรวจเช็คสิ่งต่อไปนี้

หากเจอน้ำท่วมบนถนน ควรประเมินสถานการณ์ก่อนเสมอ อย่าดูแค่รถคันอื่นขับผ่านได้ เพราะรถแต่ละคันมีความสูงและตำแหน่งเครื่องยนต์แตกต่างกัน เพราะการฝืนขับลุยน้ำเพียงไม่กี่เมตร อาจทำให้เครื่องยนต์พัง ระบบไฟฟ้าเสีย หรือมีค่าใช้จ่ายซ่อมรถน้ำท่วมตามมาอีกจำนวนมาก
นอกจากการขับขี่อย่างระมัดระวังแล้ว การมีประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองเหมาะสมในช่วงหน้าฝนก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ โดยสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ กับ TQM ได้ง่าย ๆ พร้อมเปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัทในที่เดียว เพื่อความสบายใจในทุกการเดินทาง หรือทักแชทหาพี่หมี TQM ได้ที่นี่ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านทาง Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
1,727 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2302 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
