เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ชื่อ *
นามสกุล *
เพศ *
วัน/เดือน/ปีเกิด *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ในยุคที่โลกเผชิญกับโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อไวรัสที่มาจากสัตว์จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง หนึ่งในเชื้อที่ถูกพูดถึงในขณะนี้คือ ไวรัสฮันตา ที่กำลังแพร่ระบาดบนเรือสำราญ และทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสนี้ วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปทำความรู้จักกับ ไวรัสฮันตา คืออะไร ติดต่อจากอะไร อันตรายแค่ไหน รักษาหายได้ไหม และสถานการณ์ในไทยตอนนี้เป็นอย่างไรกันครับ
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
ไวรัสฮันตา หรือ Hantavirus เป็นเชื้อไวรัสกลุ่มอาร์เอ็นเอในตระกูล Bunyaviridae ที่พบได้ในสัตว์ฟันแทะหลายชนิด โดยสัตว์พาหะมักไม่แสดงอาการป่วย แต่สามารถปล่อยเชื้อออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายได้ เมื่อคนสัมผัสหรือสูดดมสิ่งปนเปื้อนเหล่านี้เข้าไป ก็อาจเกิดการติดเชื้อไวรัสฮันตาได้ โดยโรคจาก ไวรัสฮันตา สามารถก่อให้เกิดอาการสำคัญได้ 2 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มนี้เรียกว่า Hantavirus Pulmonary Syndrome หรือ HPS มักพบในทวีปอเมริกา อาการสำคัญคือไข้ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย และอาจพัฒนาไปสู่ภาวะหายใจลำบากอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีของเหลวสะสมในปอด CDC ระบุว่า HPS เป็นโรครุนแรงและอาจเสียชีวิตได้
กลุ่มนี้เรียกว่า Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome หรือ HFRS มักพบในยุโรปและเอเชียบางพื้นที่ ผู้ป่วยอาจมีไข้ ปวดหลัง ปวดท้อง ความดันต่ำ เลือดออกผิดปกติ และไตทำงานผิดปกติ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่าโรคติดเชื้อไวรัสฮานตาสามารถทำให้เกิดได้ทั้งกลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับกลุ่มอาการทางไต และชนิดที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ

โดยทั่วไปไวรัสฮันตาติดต่อจากหนูหรือสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อไปสู่คน ไม่ใช่โรคที่แพร่กระจายง่ายเหมือนไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 คนส่วนใหญ่มักติดไวรัสฮันตาจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อปนเปื้อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีมูลหนู ปัสสาวะหนู หรือน้ำลายหนู โดยไวรัสฮันตาสามารถติดต่อได้ดังนี้
ช่องทางที่พบบ่อยคือการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อ ไวรัสฮันตา เช่น การเข้าไปทำความสะอาดห้องเก็บของ โรงรถ บ้านร้าง โกดัง หรือพื้นที่ที่ปิดไว้นานแล้วมีหนูอาศัยอยู่ หากกวาดพื้นหรือดูดฝุ่นทันที ฝุ่นที่มีเชื้ออาจฟุ้งขึ้นมาและเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการหายใจได้
หากมือสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อน เช่น มูลหนู ปัสสาวะหนู หรือวัสดุที่หนูเคยกัดแทะ แล้วนำมือมาจับหน้า จมูก ปาก หรืออาหาร ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติด ไวรัสฮันตา ได้ ดังนั้นการล้างมือ การใส่ถุงมือ และการทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยงอย่างถูกวิธีจึงสำคัญมาก
การติดไวรัสฮันตา จากการถูกหนูกัดหรือข่วนพบได้น้อย แต่ยังถือว่าเป็นไปได้ หากถูกหนูกัด ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ จากนั้นควรพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง ไม่ควรรอดูอาการเอง โดยเฉพาะหากอยู่ในพื้นที่ที่เคยมีรายงาน ไวรัสฮันตาระบาด
แม้ไม่ใช่ช่องทางหลัก แต่หากอาหารหรือภาชนะปนเปื้อนปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของหนู ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน การเก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท การทิ้งขยะให้ถูกวิธี และการไม่ปล่อยเศษอาหารค้างคืน จึงเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยงจากไวรัสฮันตาได้

โดยทั่วไป ไวรัสฮันตา ส่วนใหญ่ไม่ติดต่อจากคนสู่คนได้ง่ายเหมือนไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 การแพร่เชื้อหลักยังคงมาจากหนูและสิ่งปนเปื้อนจากหนู อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าสายพันธุ์บางชนิด เช่น Andes virus ในอเมริกาใต้ อาจมีโอกาสติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี แต่ไม่ใช่ลักษณะหลักของ ไวรัสฮันตา ทุกสายพันธุ์ ดังนั้นหากมีข่าวไวรัสฮันตาระบาด ควรดูรายละเอียดให้ชัดว่าเกิดที่ประเทศใด เป็นสายพันธุ์ใด มีแหล่งแพร่เชื้อจากอะไร และหน่วยงานสาธารณสุขประกาศมาตรการอย่างไร
อาการของไวรัสฮันตา อาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์และความรุนแรงของโรค โดยทั่วไปผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 1-8 สัปดาห์ แต่บางรายอาจมีอาการเร็วหรือช้ากว่านั้นได้ โดยอาการของไวรัสฮันตา มีดังนี้
อาการเริ่มแรกของไวรัสฮันตาอาจคล้ายไข้หวัดหรือโรคติดเชื้อทั่วไป เช่น
หากอาการรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยไวรัสฮันตา อาจมีอาการสำคัญ เช่น
ไวรัสฮันตา ถือเป็นโรคที่ต้องระวัง เพราะแม้จะไม่ได้ติดง่ายเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป แต่หากติดเชื้อแล้วอาจเกิดอาการรุนแรงได้ โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ทำให้เกิด Hantavirus Pulmonary Syndrome หรือ HPS ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาการทางปอดรุนแรง ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบุว่า HPS เป็นโรคร้ายแรงและอาจเสียชีวิตได้
ปัจจุบันการรักษาไวรัสฮันตาส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคอง เช่น ให้สารน้ำ ดูแลระบบหายใจ เฝ้าระวังการทำงานของไต และรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ในบางกรณีที่มีอาการรุนแรง ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล หรือหอผู้ป่วยวิกฤต เพื่อดูแลระบบหายใจ ความดันโลหิต และการทำงานของอวัยวะสำคัญ สำหรับวัคซีนป้องกันไวรัสฮันตา ยังไม่ได้มีการใช้ทั่วไปในหลายประเทศ การป้องกันจึงเน้นไปที่การลดการสัมผัสหนูและสิ่งปนเปื้อนจากหนูเป็นหลัก

การป้องกันไวรัสฮันตา ที่ดีที่สุดคือการลดโอกาสสัมผัสหนูและสิ่งปนเปื้อนจากหนู เพราะปัจจุบันการป้องกันหลักยังเน้นที่การควบคุมพาหะและสุขอนามัยในที่อยู่อาศัย ดังนี้
สำหรับความเสี่ยงไวรัสฮันตาในไทย ต้องระวังแต่ไม่ควรตื่นตระหนก แม้ในช่วงนี้จะมีข่าวการระบาดของไวรัสฮันตา (Hantavirus) บนเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกจนมีผู้เสียชีวิต แต่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตจากการระบาดของไวรัสฮันตาในวงกว้าง งานวิจัยในไทยพบว่าหนูในหลายพื้นที่บ้านเรามี "แอนติบอดี" ต่อเชื้อนี้อยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่าเชื้ออาจมีอยู่รอบตัวเรามานานแล้ว แต่สายพันธุ์ที่พบในไทยมัก ไม่ก่อโรครุนแรง ในมนุษย์ หรือผู้ที่ได้รับเชื้ออาจแทบไม่มีอาการเลย
หากโดนหนูกัดควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที เช็ดด้วยยาฆ่าเชื้อ และรีบไปพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง แจ้งแพทย์ชัดเจนว่าถูกหนูกัด
เชื้อไวรัสฮันตาสามารถอยู่รอดในปัสสาวะหรืออุจจาระหนูได้นานหลายวัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้น หากโดนแสงแดดโดยตรงเชื้อจะตายเร็วขึ้น
แม้ข่าวไวรัสฮันตาระบาด จะทำให้หลายคนกังวลแต่การแพร่เชื้อของไวรัสฮันตาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากคนสู่คนแบบง่าย ๆ สิ่งสำคัญคือการหลีกเลี่ยงหนู ทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยงอย่างถูกวิธี เก็บอาหารให้มิดชิด และรีบพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสพื้นที่ที่มีหนูนั่นเอง
อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือการมี ประกันสุขภาพ เพราะเป็นเกราะป้องกัน ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วย สามารถเข้ามา เช็คเบี้ยประกันสุขภาพ หรือในยุคที่โลกเผชิญกับโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อไวรัสที่มาจากสัตว์จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง หนึ่งในเชื้อที่ถูกพูดถึงกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันภัย หรือหากต้องการปรึกษาเรื่องประกันภัยกับ TQM สามารถแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านเบอร์ Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
147 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2208 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ชื่อ *
นามสกุล *
เพศ *
วัน/เดือน/ปีเกิด *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
