เช็คราคาแผนประกันตรงใจ
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


เวลาเคลมประกันรถ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมบางครั้งถึงมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเอง ทั้งที่รถมีประกันอยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เรียกว่า ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งมีทั้ง Excess และ Deductible และไม่ได้หมายความว่าจะต้องจ่ายทุกครั้งที่เคลม แล้วค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร ต่างกันอย่างไร ต้องจ่ายตอนไหน จ่ายกี่บาท และใครเป็นคนจ่าย วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปทำความเข้าใจกันครับ
Key Takeaway
📖 รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
ค่าเสียหายส่วนแรก คือ เงินที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบจ่ายเองบางส่วนเมื่อเคลมประกันรถยนต์ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขของกรมธรรม์ ไม่ใช่ค่าซ่อมทั้งหมด แต่เป็นจำนวนเงินส่วนหนึ่งที่ผู้เอาประกันต้องออกเอง ส่วนค่าเสียหายที่เหลือบริษัทประกันจะรับผิดชอบตามความคุ้มครอง
ตัวอย่างเช่น รถเกิดอุบัติเหตุและมีค่าซ่อม 20,000 บาท หากกรมธรรม์หรือกรณีเคลมนั้นกำหนดให้ผู้เอาประกันรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท ผู้เอาประกันจะจ่าย 2,000 บาท ส่วนค่าซ่อมที่เหลือจะเป็นความรับผิดชอบของบริษัทประกันตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ทั้งนี้ การเคลมประกันรถไม่ได้หมายความว่าจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกทุกครั้ง เพราะขึ้นอยู่กับลักษณะการเคลมและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยค่าเสียหายส่วนแรกของประกันรถที่มักพบมี 2 แบบ คือ Excess และ Deductible ซึ่งมีเงื่อนไขการจ่ายต่างกัน

ค่าเสียหายส่วนแรกของประกันรถยนต์มี 2 ประเภท คือ Excess และ Deductible แม้ทั้งสองแบบจะเป็นเงินที่ผู้เอาประกันอาจต้องจ่ายเองเมื่อเคลม แต่ต่างกันตรงที่สาเหตุและเงื่อนไขในการเรียกเก็บ โดย Excess จะพิจารณาจากลักษณะของการเคลม ส่วน Deductible เป็นจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันตกลงรับผิดชอบไว้ตั้งแต่ทำประกัน
Excess คือ ค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันอาจต้องจ่ายเมื่อเกิดความเสียหายกับรถและการเคลมเข้าเงื่อนไขที่บริษัทประกันสามารถเรียกเก็บได้ โดยมักเกี่ยวข้องกับกรณีที่ไม่สามารถระบุเหตุการณ์หรือคู่กรณีที่ทำให้รถเสียหายได้ชัดเจน เช่น พบว่ารถมีรอยขีดข่วนหรือรอยเฉี่ยว แต่ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นเมื่อใด เกิดจากอะไร หรือใครเป็นผู้ทำให้เกิดความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม การเคลมแบบไม่มีคู่กรณีไม่ได้หมายความว่าจะต้องเสียค่า Excess ทุกกรณี หากสามารถระบุเหตุการณ์และสาเหตุของความเสียหายได้ชัดเจน การพิจารณาว่าต้องจ่ายหรือไม่จะขึ้นอยู่กับลักษณะเหตุการณ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์
Deductible คือ ค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันตกลงรับผิดชอบเองตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น เลือก Deductible 3,000 บาท เมื่อเกิดการเคลมที่เข้าเงื่อนไข ผู้เอาประกันจะรับผิดชอบค่าเสียหาย 3,000 บาทแรก ส่วนที่เหลือบริษัทประกันจะรับผิดชอบตามความคุ้มครอง
การเลือกประกันแบบมี Deductible มักทำให้เบี้ยประกันถูกลงเมื่อเทียบกับแผนที่ไม่มี Deductible เนื่องจากผู้เอาประกันรับผิดชอบค่าเสียหายบางส่วนด้วยตัวเอง แต่เมื่อมีการเคลมก็ต้องเตรียมจ่ายตามจำนวนที่ตกลงไว้ในกรมธรรม์

| เปรียบเทียบ | Excess | Deductible |
|---|---|---|
| ความหมาย | ค่าเสียหายส่วนแรกที่อาจถูกเรียกเก็บเมื่อการเคลมเข้าเงื่อนไข | ค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันตกลงรับผิดชอบเอง |
| กำหนดตอนไหน | พิจารณาตามเหตุและเงื่อนไขของการเคลม | ตกลงไว้ตั้งแต่ตอนทำประกัน |
| จ่ายเมื่อไหร่ | เมื่อเคลมในกรณีที่เข้าเงื่อนไขเรียกเก็บ Excess | เมื่อมีการเคลมที่เข้าเงื่อนไขตามที่ระบุในกรมธรรม์ |
| ตัวอย่าง | รถมีรอยขีดข่วนหรือรอยเฉี่ยว แต่ไม่สามารถระบุเหตุหรือคู่กรณีได้ชัดเจน | กรมธรรม์กำหนด Deductible 3,000 บาท เมื่อเคลมตามเงื่อนไข ผู้เอาประกันรับผิดชอบ 3,000 บาท |
| มีผลต่อเบี้ยประกันหรือไม่ | ไม่ใช่ส่วนลดเบี้ยที่ผู้เอาประกันเลือกไว้ตั้งแต่ซื้อประกัน | การเลือก Deductible มักช่วยให้เบี้ยประกันลดลง |
| ต้องจ่ายทุกครั้งที่เคลมหรือไม่ | ไม่ทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับเหตุและเงื่อนไขของการเคลม | ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ |
ค่าเสียหายส่วนแรกจะจ่ายเมื่อการเคลมเข้าเงื่อนไขของ Excess หรือ Deductible และผู้เอาประกันเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ แต่จะต้องจ่ายหรือไม่ ต้องดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นและกรมธรรม์กำหนดเงื่อนไขไว้อย่างไร
Excess: หากเกิดรถชนรถ ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายถูกและสามารถระบุคู่กรณีได้ชัดเจน ไม่ต้องจ่าย Excess ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แต่ถ้าเป็นฝ่ายผิด ต้องดูว่าการเคลมนั้นเข้าเงื่อนไขเรียกเก็บ Excess หรือไม่ เพราะการเป็นฝ่ายผิดไม่ได้หมายความว่าจะต้องจ่าย Excess ทุกครั้ง
Deductible: ถ้ากรมธรรม์กำหนด Deductible ไว้ และการเคลมเข้าเงื่อนไข ผู้เอาประกันต้องจ่ายตามจำนวนที่ตกลงไว้ เช่น Deductible 3,000 บาท ผู้เอาประกันจ่าย 3,000 บาท ส่วนค่าซ่อมที่เหลือบริษัทประกันรับผิดชอบตามความคุ้มครอง
Excess: อาจต้องจ่ายถ้าไม่สามารถระบุได้ว่ารถเสียหายจากอะไร เช่น พบรอยขีดข่วนหรือรอยเฉี่ยวภายหลัง แต่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตอนไหนหรือเกิดจากอะไร ส่วนกรณีขับรถชนเสา ชนกำแพง หรือสิ่งของอื่นและรู้ว่าเกิดเหตุอย่างไร จะดูจากลักษณะความเสียหายและเงื่อนไขกรมธรรม์อีกครั้ง
Deductible: แม้จะไม่มีคู่กรณี แต่ถ้าความเสียหายเข้าเงื่อนไข Deductible ผู้เอาประกันก็ต้องจ่ายตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
Excess: ถ้ารถมีรอยหลายจุดและไม่สามารถบอกได้ว่าแต่ละรอยเกิดจากอะไร อาจต้องจ่าย Excess และถ้าความเสียหายเกิดจากคนละเหตุ บริษัทประกันอาจแยกพิจารณาเป็นแต่ละเหตุ ทำให้ค่า Excess ที่ต้องจ่ายแตกต่างกันไป
Deductible: ถ้ากรมธรรม์มี Deductible และการเคลมเข้าเงื่อนไข ผู้เอาประกันต้องจ่ายตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ส่วนค่าซ่อมที่เหลือบริษัทประกันจะรับผิดชอบตามความคุ้มครอง

ค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องจ่ายขึ้นอยู่กับว่าเป็น Excess หรือ Deductible เพราะทั้งสองแบบกำหนดจำนวนเงินต่างกัน รวมถึงต้องดูเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ด้วย
ค่า Excess ของประกันรถยนต์มักคิดตามเงื่อนไขของการเคลมและจำนวนเหตุที่เกิดขึ้น เช่น รถมีรอยหลายจุดจากคนละเหตุการณ์ อาจถูกแยกเป็นหลายเหตุและเรียกเก็บ Excess แยกกัน จึงต้องดูรายละเอียดความเสียหายในการเคลมแต่ละครั้ง
ค่า Deduct จำนวนเงินจะกำหนดไว้ตั้งแต่ตอนทำประกันและระบุอยู่ในกรมธรรม์ เช่น 2,000, 3,000 หรือ 5,000 บาท หากการเคลมเข้าเงื่อนไข ผู้เอาประกันจะจ่ายตามจำนวนที่ตกลงไว้ ส่วนค่าซ่อมที่เหลือบริษัทประกันรับผิดชอบตามความคุ้มครอง
เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุหรือพบความเสียหาย ควรเก็บข้อมูลของเหตุการณ์ให้ครบ เพราะรายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้บริษัทประกันตรวจสอบสาเหตุและพิจารณาการเคลมได้ชัดเจนขึ้น โดยทำได้ดังนี้
ประกันรถยนต์ที่มีค่าเสียหายส่วนแรก ไม่ได้มีแค่ประกันชั้น 1 แต่ประกันชั้น 2+ และ 3+ ก็อาจมีได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ โดยเฉพาะค่า Deductible ที่จะระบุไว้ชัดเจนว่าผู้เอาประกันต้องจ่ายเองเท่าไรเมื่อมีการเคลม
ค่าเสียหายส่วนแรก หากเข้าเงื่อนไขที่ต้องจ่าย ผู้เอาประกันต้องชำระตามที่กำหนดในกรมธรรม์ ส่วนการผ่อนชำระขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและช่องทางที่บริษัทประกันกำหนด จึงควรสอบถามบริษัทประกันก่อนนำรถเข้าซ่อม
ค่าเสียหายส่วนแรกไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกครั้งเมื่อเคลมประกันรถ แต่ต้องดูว่าเป็น Excess หรือ Deductible และมีเงื่อนไขในกรมธรรม์อย่างไร ก่อนเลือกประกันจึงควรเช็คทั้งความคุ้มครอง เบี้ยประกัน และค่าเสียหายส่วนแรกให้ครบ เพื่อเลือกแผนให้เหมาะกับการใช้งานและค่าใช้จ่ายที่รับได้ ซึ่งหากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแผนแบบไหน สามารถลอง เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ กับ TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันที่ตรงใจ หากต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
7,771 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2294 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
