ไตรกลีเซอไรด์สูง เกิดจากอะไร อันตรายไหม ควรกินและควรงดอะไร
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon04/09/69

138 ครั้ง

ไตรกลีเซอไรด์สูง เกิดจากอะไร อันตรายไหม ควรกินและควรงดอะไร

     หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า ไตรกลีเซอไรด์สูง จากผลตรวจสุขภาพประจำปี แต่ไม่แน่ใจว่าภาวะนี้เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน และควรปรับพฤติกรรมการกินอย่างไรจึงจะช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ วันนี้พี่หมี TQM จะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุของไตรกลีเซอไรด์สูง พร้อมแนะนำอาหารที่ควรกิน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง และวิธีดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงของโรคที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว 


Key Takeaway

 

  • ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงเป็นภาวะที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงตับไขมัน และในรายที่มีค่าสูงมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
  • สาเหตุของไตรกลีเซอไรด์สูงมีได้ทั้งจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การดื่มแอลกอฮอล์ น้ำหนักตัวเกิน การไม่ออกกำลังกาย รวมถึงโรคประจำตัวและยาบางชนิด
  • การเลือกรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง โปรตีนไขมันต่ำ ปลา ถั่ว และธัญพืชเต็มเมล็ด ช่วยควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์ได้
  • ควรหลีกเลี่ยงอาหารหวาน เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล แป้งขัดสี ของทอด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น
  • การตรวจสุขภาพเป็นประจำ พร้อมควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เป็นวิธีดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพที่สุด

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


ไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร

     ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) คือ ไขมันชนิดหนึ่งที่อยู่ในกระแสเลือด และเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย โดยร่างกายจะเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินจากอาหาร โดยเฉพาะน้ำตาล แป้ง และไขมัน ให้กลายเป็นไตรกลีเซอไรด์ แล้วเก็บสะสมไว้ในเซลล์ไขมัน เมื่อร่างกายต้องการพลังงาน ไตรกลีเซอไรด์จะถูกนำออกมาใช้

 

     ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสามารถตรวจได้จากการตรวจไขมันในเลือด (Lipid Profile) เช่นเดียวกับคอเลสเตอรอล หากมีปริมาณมากเกินความจำเป็น อาจทำให้เกิด ภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง ซึ่งเป็นความผิดปกติของระดับไขมันในเลือด และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ

ไตรกลีเซอไรด์สูง

ไตรกลีเซอไรด์สูง เกิดจากอะไร 

     ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากการที่ร่างกายมีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมากเกินไป โดยมักเกิดจากการได้รับพลังงานเกินความต้องการ โดยเฉพาะจากน้ำตาล แป้ง และอาหารไขมันสูง ทำให้ร่างกายเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินเป็นไขมันสะสม ปัจจัยที่ทำให้เกิดหรือเพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ 

 

  • รับประทานอาหารหวาน น้ำตาลสูง และแป้งขัดสีมากเกินไป
  • รับประทานอาหารทอดหรืออาหารไขมันสูงเป็นประจำ
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • น้ำหนักเกินหรือขาดการออกกำลังกาย
  • มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไทรอยด์ หรือโรคตับบางชนิด
  • พันธุกรรมหรือยาบางชนิดที่ส่งผลต่อระดับไขมันในเ
  • ผลข้างเคียงจากยา การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือยาคุมกำเนิด

 

ระดับไตรกลีเซอไรด์สูง อันตรายไหม

     ระดับไตรกลีเซอไรด์สูง อาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะเมื่อมีระดับสูงต่อเนื่อง หรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น LDL สูง, HDL ต่ำ, โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ภาวะอ้วนลงพุง หรือการสูบบุหรี่ เนื่องจากอาจเพิ่มการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้น

 

ไตรกลีเซอไรด์สูงเท่าไหร่อันตราย

     ไตรกลีเซอไรด์สูงเท่าไหร่อันตรายขึ้นอยู่กับระดับค่าที่ตรวจพบ โดยค่าที่สูงขึ้นหมายถึงมีไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมากกว่าปกติตั้งแต่ 150 mg/dL และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในระดับสูงมาก สามารถแบ่งระดับความรุนแรงได้ดังนี้ 

 

  • ปกติ : ต่ำกว่า 150 mg/dL เป็นระดับที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • สูงเล็กน้อย : 150–199 mg/dL ควรเริ่มปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต
  • สูง : 200–499 mg/dL มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ควรดูแลและติดตามระดับไขมันอย่างสม่ำเสมอ
  • สูงมาก : 500 mg/dL ขึ้นไป ถือเป็นระดับที่น่ากังวล และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

ไตรกลีเซอไรด์สูงเท่าไหร่อันตราย

ไตรกลีเซอไรด์สูงเสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง


     เมื่อร่างกายมีระดับ ไตรกลีเซอไรด์สูง เป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดและการทำงานของอวัยวะต่าง ๆความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

 

โรคหัวใจและหลอดเลือด 

     ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงอาจสัมพันธ์กับการสะสมของไขมันในหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ

 

โรคหลอดเลือดสมอง 

     ไตรกลีเซอไรด์สูงร่วมกับความผิดปกติของไขมันในเลือดชนิดอื่น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และอาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้ 

 

ภาวะไขมันพอกตับ 

     ไขมันส่วนเกินที่ร่างกายไม่ได้ใช้จะไปสะสมที่ตับ ทำให้เกิดภาวะไขมันเกาะตับ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะตับอักเสบหรือพังผืดในตับ 

 

โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

     หากมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงมาก โดยเฉพาะตั้งแต่ 500 mg/dL ขึ้นไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบของตับอ่อนได้

 

ไตรกลีเซอไรด์สูงมีอาการอย่างไร

     ไตรกลีเซอไรด์สูงมักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจนในช่วงแรก ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวจนกว่าจะตรวจพบจากการตรวจสุขภาพหรือการตรวจไขมันในเลือด (Lipid Profile) หากมีระดับสูงมาก อาจพบอาการ เช่น ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หรือพบไขมันสะสมใต้ผิวหนังในบางราย ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงช่วยติดตามระดับไขมันและลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ 

 

ไตรกลีเซอไรด์สูงควรกินอะไร

     ผู้ที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง ควรเน้นเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดน้ำตาล ลดไขมันไม่ดี และเพิ่มใยอาหาร โดยเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น

 

  • ปลาไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีน หรือปลาทูน่า ซึ่งมีกรดไขมันโอเมกา 3 ที่อาจช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้
  • ผักและผลไม้ที่มีใยอาหารสูง เช่น ผักใบเขียว บรอกโคลี ฝรั่ง แอปเปิล และผลไม้รสไม่หวานจัด ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและช่วยควบคุมระดับไขมัน
  • ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และขนมปังโฮลวีต ซึ่งมีใยอาหารมากกว่าแป้งขัดสี
  • โปรตีนไขมันต่ำ เช่น ปลา อกไก่ เต้าหู้ ไข่ และถั่วต่าง ๆ เพื่อช่วยเสริมโปรตีนโดยไม่เพิ่มไขมันส่วนเกิน
  • ไขมันดีในปริมาณเหมาะสม เช่น อะโวคาโด ถั่วอัลมอนด์ วอลนัต และน้ำมันมะกอก

ไตรกลีเซอไรด์สูงควรกินอะไร

ไตรกลีเซอไรด์สูงห้ามกินอะไร

     ไตรกลีเซอไรด์สูง ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันไม่ดี และพลังงานสูง เพราะอาจกระตุ้นให้ระดับไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นได้ อาหารที่ควรลดหรือหลีกเลี่ยง ได้แก่

 

  • อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม ชานมไข่มุก ขนมหวาน น้ำผลไม้เติมน้ำตาล และเบเกอรี เพราะน้ำตาลส่วนเกินสามารถเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ได้
  • อาหารที่มีแป้งขัดสีสูง เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว และอาหารแปรรูปจากแป้ง ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
  • อาหารทอดและอาหารไขมันสูง เช่น ของทอด หนังไก่ หมูสามชั้น อาหารฟาสต์ฟู้ด
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจเพิ่มการสร้างไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายและทำให้ระดับไขมันในเลือดสูงขึ้น
  • อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม และอาหารสำเร็จรูปบางชนิด ที่มักมีไขมัน เกลือ และพลังงานสูง

 

วิธีลดและป้องกันภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง

     การลดและป้องกัน ภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง ควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหาร การควบคุมน้ำหนัก และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้ระดับไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ ดังนี้

 

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

     การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ลดการสะสมของไขมัน และช่วยให้ระดับไขมันในเลือดดีขึ้น

 

ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

     น้ำหนักตัวที่มากเกินไปอาจสัมพันธ์กับระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงขึ้น การลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมจึงช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้

 

ลดหรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

     แอลกอฮอล์อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น จึงควรจำกัดปริมาณหรือหลีกเลี่ยงเพื่อช่วยควบคุมระดับไขมัน

 

ตรวจสุขภาพและติดตามระดับไขมันเป็นประจำ

     ควรตรวจวัดระดับไขมันในเลือดทุก 4-6 ปี (หรือตรวจติดตามทุก 3-6 เดือนหากมีค่าที่ผิดปกติ) สามารถปรึกษาแพทย์ตามโรงพยาบาล เพื่อประเมินความเสี่ยงและขอคำแนะนำอย่างใกล้ชิด 

วิธีลดและป้องกันภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง

ไตรกลีเซอไรด์กับ LDL ต่างกันอย่างไร

     ไตรกลีเซอไรด์กับ LDL เป็นไขมันในเลือดเหมือนกันแต่มีหน้าที่และความเสี่ยงแตกต่างกัน โดยไตรกลีเซอไรด์เกี่ยวข้องกับการสะสมพลังงานของร่างกายส่วน LDL เกี่ยวข้องกับการขนส่งคอเลสเตอรอล หากมีระดับสูงเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

 

  • ไตรกลีเซอไรด์ : เป็นไขมันที่เกิดจากพลังงานส่วนเกิน เช่น น้ำตาลและแป้งที่ร่างกายได้รับมากเกินไป หากสูงมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบ
  • LDL : เป็นคอเลสเตอรอลชนิดที่มักเรียกว่า “ไขมันไม่ดี” เพราะเมื่อมีมากเกินไป อาจสะสมตามผนังหลอดเลือดและทำให้หลอดเลือดตีบได้

 

ไตรกลีเซอไรด์กับคอเลสเตอรอล ต่างกันยังไง

     ไตรกลีเซอไรด์กับคอเลสเตอรอล เป็นไขมันที่พบในเลือดเหมือนกัน แต่มีหน้าที่แตกต่างกัน โดยไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันที่ร่างกายใช้เก็บสะสมพลังงาน ส่วนคอเลสเตอรอลเป็นสารสำคัญที่ร่างกายนำไปใช้สร้างฮอร์โมน ผนังเซลล์ และช่วยในการทำงานของระบบต่างๆ

 

     ไตรกลีเซอไรด์สูงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่สามารถควบคุมได้ด้วยการปรับอาหาร ลดน้ำตาลและแป้งขัดสี เพิ่มผัก ธัญพืช ปลา ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก และตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ หากมีระดับสูงมากหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม 

 

     นอกจากนี้การมีประกันสุขภาพยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการวางแผนความพร้อมด้านค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็น ค่ารักษาพยาบาล ค่าห้อง ค่ายา และเพิ่มความมั่นใจในการดูแลสุขภาพในระยะยาว หากสนใจสามารถเช็คเบี้ยประกันสุขภาพ กับ TQM ได้ฟรี หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่าง และอีกอีกหนึ่งช่องทางคือโทรสายด่วน 1737 เพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมงครับ

เช็คเบี้ยประกันสุขภาพ

article created at icon04/09/69

138 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2303 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกันตรงใจ

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

สุขภาพ
สุขภาพ
มะเร็ง
มะเร็ง
ลดหย่อนภาษี
ลดหย่อนภาษี

ชื่อ *

นามสกุล *

เพศ *

วัน/เดือน/ปีเกิด (ค.ศ.) *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง