คันหน้าเบิ้ลโคลนโดนกระจกตกข้างทาง

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
คันหน้าเบิ้ลโคลนโดนกระจกตกข้างทาง

24/01/2018 | กฎหมายเรื่องรถ และประกัน | เหตุเกิดเมื่อคันหน้าเบิ้ลโคลนโดนกระจกจนรถตกข้างทาง l TQM

คันหน้าเบิ้ล

โคลนโดนกระจก

จนรถตกข้างทาง

 
   บนทางหลวงชนบท ช่วงกลางสัปดาห์ ในวันที่ท้องฟ้าครึ้ม บรรยากาศหลังฝน ถนนค่อนข้างลื่น ทำให้รถคันต่างๆ ขับกันมาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากถนนลื่นและมีการทำถนนในบางส่วน โจ้ชายหนุ่มที่กำลังรีบกลับห้อง ก็อยู่บนถนนสายนั้นเช่นกัน
   หลังจากทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อย โจ้ก็ขับรถยนต์คันโปรดบึ่งกลับไปยังหอพัก ซึ่งขากลับนั้น บางจังหวะก็มีการเร่งเครื่องเพื่อที่จะให้ถึงห้องพักเร็วขึ้น
 
ใครผิด ถนนสายฝุ่น
 
   ขณะเดียวกัน บอลที่ข้ามตามหลังโจ้มาในเลนถัดไป ต้องเปลี่ยนเลนกลับมาอย่างกระทันหันเนื่องจากทางข้างหน้ามีการทำถนนอยู่  ทำให้ถูกโคลนที่กระเด็นจากล้อรถของโจ้ มาแปะอยู่ที่หน้ากระจก[แผละ!] ทำให้เสียหลักจนหักรถตกลงข้างทางในที่สุด
 
ใครผิด ถนนสายฝุ่น
ใครผิด ถนนสายฝุ่น
   ขณะเดียวกัน โจ้ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เมื่อเห็นรถที่ตามหลังกันมาเกิดอุบัติเหตุ ด้วยความที่เป็นคนดีและไม่รู้ว่าตัวเองเป็นสาเหตุ จึงจอดรถไว้ข้างทางแล้วรีบวิ่งไปดู เพื่อให้ความช่วยเหลือ
   ฟากบอลก็หัวร้อนสุดๆ เขาคิดว่า เขาขับรถมาดีๆ แต่โดนรถคันข้างหน้าซึ่งอยู่ๆก็เร่งความเร็ว ทำให้โคลนกระเด็นมาติดน้องน้ำเงิน รถที่เขารักเยี่ยงลูกในไส้เสียอย่างนั้น แถมยังต้องเสียหลักตกข้างทางไปอีก ตัวเขาเองก็ต้องมามีรอยแผลให้เจ็บช้ำใจ แล้วคนขับรถคันข้างหน้าก็ไม่มีคำขอโทษสักคำ แถมมายืนเสนอหน้าไม่รู้สึกผิดอีกด้วย จึงตะโกนออกมาด้วยความโมโห
 
ใครผิด ถนนสายฝุ่น
 
   โจ้ ซึ่งยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงมองกลับไปที่รถของบอล แล้วก็ อ๋อ ขึ้นมาทันทีว่าตัวเองทำอะไรผิด พร้อมกับประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจพูดขอโทษ
   ส่วนบอล ที่เดิมเป็นคนหัวร้อนอยู่แล้ว ก็ยิ่งหัวร้อนมากขึ้นไปอีกจนแทบจะระเบิดเมื่อโจ้บอกว่าเป็นความผิดของเขาด้วยเช่นกัน  ทำให้เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น โจ้ ไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่บอลได้พูดเลย และได้คิดขึ้นในใจว่า (อยากได้ใครก็ได้มาช่วยที!! คิดถึงเตียงนอนแล้วววว~) 
 
ใครผิด ถนนสายฝุ่น
 
   หลังจากความคิดในหัวของโจ้เงียบลง เจ้าหน้าที่ประกันภัยจึงปรากฎตัวขึ้นเพื่อห้ามทัพ เขาเริ่มจากการจับคู่กรณีทั้งสองนั่งคุยกันอย่างมีเหตุผล โดยให้ทั้งสองฝ่ายเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงตั้งคำถามกับบอล
 
ใครผิด ถนนสายฝุ่น
 
   ขณะที่โจ้เริ่มใจเย็นลง แต่บอลยังคงหัวร้อนอยู่ เพราะคิดว่ายังไงตัวเองก็ถูกแน่ๆ  เจ้าหน้าที่ประกันภัยจึงเริ่มใช้เหตุผลเข้าอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยอ้างอิงมาตรากฎหมาย
 
ใครผิด ถนนสายฝุ่น
 
   โจ้ผู้ฟังอยู่เงียบๆ ได้มองไปที่บอลที่เริ่มหน้าเริ่มเปลี่ยน หลังจากที่รู้ว่าเขาเป็นคนผิด
 
ใครผิด ถนนสายฝุ่น
 
   บอลในตอนนี้ไม่ใช้บอลหัวร้อนคนเดิมอีกต่อไปแล้ว สงบสติอารมณ์มากขึ้น พร้อมคิดย้อนเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลาที่เขาเปลี่ยนเลนอย่างกระทันหัน ซึ่งเขาได้คิดในใจว่า (หรือว่าเราจะประมาทจริงๆนะ) 
 
ใครผิด ถนนสายฝุ่น
 
   สุดท้ายบอลก็ยอมรับผิดว่าเขาเป็นคนประมาทเอง เพราะหากเขาระมัดระวังใจเย็นกว่านี้ คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น  พร้อมมองไปที่น้ำเงินลูกรักที่ต้องเจ็บตัวเพราะเขา
 
ใครผิด ถนนสายฝุ่น
 
   สรุป
 
‘บอล’เป็นฝ่ายประมาท โดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้ขับขี่อาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ เป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40 และ 43(4) เพราะ 'บอล' ไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน  ซึ่งการเปลี่ยนช่องทางเดินรถอย่างกระทันหัน ถือว่าเป็นการขับขี่รถโดยประมาท และ น่าหวาดกลัว  และมีการขับรถในระยะประชิดกันคันข้างหน้า ซึ่งบอลต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าพอสมควรในระยะที่จะหยุดรถได้โดยปลอดภัยในเมื่อจําเป็นต้องหยุดรถ
 
    ส่วน ‘โจโจ้’ ถือว่าไม่ผิด เพราะการเร่งเครื่องของรถ ‘โจโจ้’ เป็นเรื่องปกติของการขับขี่บนท้องถนน  เพราะฉะนั้น จึงไม่ได้กระทำการโดยประมาท
 
*เกร็ดความรู้เรื่องกฎหมาย*
 
   มาตรา 40 ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างรถคันหน้าพอสมควรในระยะที่จะหยุดรถได้โดยปลอดภัยในเมื่อจําเป็นต้องหยุดรถ
   มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ
   (4) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
 
หมายเหตุ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นการพิจารณาว่าฝ่ายใดประมาทนั้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่างๆ คำถามต้องให้ชัดเจน มิฉะนั้นอาจทำให้ตอบคลาดเคลื่อนได้
 

 

 

ประกันภัยพิเศษ

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ