โรคที่จะมากับหน้าร้อน

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
โรคที่จะมากับหน้าร้อน

02/03/2019 | ชีวิตดีกับ TQM | โรคที่จะมากับหน้าร้อนมีโรคไหนบ้าง

โรคที่จะมากับหน้าร้อน มีอะไรบ้าง ?

     อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยเป็นเมืองร้อน และมีแสงแดดที่มาพร้อมรังสี UV ซึ่งส่งผลเสียต่อผิวหนังอย่างมาก ไม่ว่าเป็น มีส่วนทำให้ผิวคล้ำเสีย ผิวไหม้แดด มีกระ และฝ้า อีกทั้งยังเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีโรคที่มากับหน้าร้อนอีกมากมายที่ควรพึงระวัง ส่วนจะมีโรคอะไรบ้างนั้น…พี่หมีได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้แล้วครับ   
 
1. โรคฮีทสโตรก
     โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด เกิดจากการตากแดดเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดความร้อนในร่างกายมากเกินไป ซึ่งทำให้สมองไม่ทำงาน ไม่สามารถควบคุมการทำงานอวัยวะภายในร่างกายได้ รวมถึงไม่สามารถควบคุมอุณภูมิในร่างกายได้เช่นกัน ซึ่งมีส่วนทำให้อุณภูมิในร่างกายเพิ่มสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส โดยถือเป็นความร้ายแรงที่มีโอกาสเสียชีวติถึง 70% เลยทีเดียว หากรู้สึกเกิดอาการเวียนหัว ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีเหงื่อออก หรือมีอาการหายใจเร็ว รวมถึงเห็นภาพหลอน ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน
     วิธีป้องกัน : ในวันที่อากาศร้อนจัด พี่หมีแนะนำให้ดื่มน้ำครั้งละ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน หรือหากมีความจำเป็นต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน แนะนำให้ดื่มน้ำชั่วโมงละ 1 ลิตร และถึงแม้จะอยู่ในพื้นที่ร่ม ก็แนะนำให้ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว รวมถึงสวมเสื้อผ้าที่สามารถระบายความร้อนได้ดี ไม่หนามาก สีอ่อน และน้ำหนักเบา
 
2. โรคผิวหนัง
     สภาพอากาศที่ร้อนชื้น มีส่วนทำให้เกิดโรคผิว ที่เป็นสาเหตุของกลาก เกลื้อน และผดร้อน
     วิธีป้องกัน : ควรชำระล้างร่างกายให้สะอาด และไม่ใส่เสื้อผ้าที่มีความอับชื้น
 
3. โรคเครียด
     สภาพอากาศที่ร้อนจัด มีส่วนทำให้เกิดภาวะความเครียดสะสม โดยมีเหตุทำให้เกิดอาการหงุดหงิด นอนไม่หลับ มีอารมณ์ฉุนเฉียว โมโหง่าย ร่วมถึงมีอาการปวดหัว ซึ่งนอกจากทำให้มีส่วนเป็นโรคเครียดแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอีกด้วย
     วิธีป้องกัน : แนะนำให้อยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก หรือในห้องแอร์เย็น และหากิจกรรมทำ จะเป็นการช่วยลดความเครียดได้ดี
 
4. โรคอุจจาระร่วง
     เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และพยาธิ ที่อยู่ในอาหาร และเครื่องดื่มที่ไม่สะอาด โดยจะมีอาการคลื่นไส้ ถ่ายอุจจาระเหลว
     วิธีป้องกัน : ควรเลือกรับประทานอาหารที่สดและสะอาด ร่วมถึงควรล้างมือให้สะอาดทั้งก่อน และหลังเข้าห้องน้ำ
 
5. โรคอหิวาตกโรค
     เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อจากอาหาร และเครื่องดื่มที่ไม่สะอาดมีเชื้อโรคปะปนอยู่ โดยจะทำให้เกิดอาการปวดท้อง ถ่ายเหลว รวมถึงมีอาการขาดน้ำเกลือ รู้สึกกระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย อ่อนเพลีย และมีชีพจรที่เต้นเร็ว และเสี่ยงทำให้เกิดอาการช็อกได้
     วิธีป้องกัน : เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก และสะอาด หากมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน
 
6. โรคไข้ไทฟอยด์
     เกิดจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อแบคทีเรีย Salmonellra Typhi ที่ปนเปื้อนมากับอาหาร และเครื่องดื่ม ซึ่งจะมีอาการปวดหัว ปวกเนื้อปวดตัว อีกทั้งมีสูง รวมถึงมีอาการท้องร่วง และผื่นขึ้นตามตัว
     วิธีป้องกัน : ควรเลือกรับประทานอาหารที่สะอาด ซึ่งหากเกิดอาการดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
 
7. โรคบิด
     เกิดจากเชื้อไวรัส บิดที่ไม่มีตัวและบิดมีตัว โดยจะมีอาการไข้ขึ้นสูง ถ่ายเป็นเลือดมีหนองปน และอาเจียน ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคืออาจเกิดอาการชัก ไข้สูงเฉียบพลัน มีอาการหนาวสั่น และอุจจาระร่วง รวมถึง อาจทำให้เกิดฝีที่ตับ รวมถึงบริเวณปอด และสมอง โดยเป็นโรคที่มักพบในเขตชนบท
     วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ไม่ได้ผ่านการต้ม น้ำจากแหล่งที่ไม่สะอาด หรือน้ำคลอง อีกทั้งควรขับถ่ายในที่ถูกสุขลักษณะ
 
8. โรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ
     เป็นโรคที่ติดต่อจากการรับประทานอาหาร หรือการดื่มนม รวมถึงการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งอย่างน้ำลาย หรืออุจจาระมีเชื้อโรคชนิดนี้ หากรับประทานอาหารโดยไม่ใช้ช้อนกลาง หรือทานอาหารร่วมกับผู้ที่เชื้อโรคนี้ จะมีส่วนทำให้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้ โดยจะมีอาการปวดเนื้อปวดตัว มีไข้ เคลื่อนไส้ อาเจียน ตัวเหลือง และตาเหลือง อีกทั้งมีอาการปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด และมีผื่นคันตามตัว
     วิธีป้องกัน : เมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ควรใช้ช้อนกลางทุกครั้ง
 
9. โรคพิษสุนัขบ้า
     เกิดจากการที่โดนสุนัขที่มีพิษสุนัขบ้ากัด รวมถึงการโดนข่วน หรือเลียบริเวณที่มีรอยแผล รวมถึงการโดนน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้าเข้าตา จมูก และปาก โดยจะมีอาการทั้งหมด 3 ระยะ คือ มีไข้ต่ำ เบื่ออาหาร ปวดเนื้อปวดตัว เกิดอาการอ่อนเพลีย มีอาการคัดและแสบแผลที่โดนกัด หลังจากนั้นจะมีอาการหงุดหงิด กลัวแสง กลัวน้ำ น้ำลายไหล กลืนอาหารลำบาก ถ้าร้ายแรงไปกว่านั้นคือ มีอาการชัก เป็นอัมพาต และหมดสติ
     วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ หรือหมาแมวจรจัด ในกรณีที่โดนกัดควรรีบล้างแผลให้สะอาดด้วยสบู่ และพบแพทย์ทันที
 
     เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคร้ายกับชีวิตคุณ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด รวมถึงเลือกรับประทานอาหารปรุงสุก และสะอาด หากพบความผิดปกติในร่างกาย ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจเสี่ยงเกิดโรคร้ายแรง ซึ่งทำให้ยากต่อการรักษา อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลยคือ การทำประกันสุขภาพ เพื่อคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล โดยประกันสุขภาพอุ่นใจรักษ์ ดีไลท์ จากวิริยะประกันภัย พร้อมให้ความคุ้มครองสูงสุด 1.5 ล้านบาท โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1737 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
READ MORE : 
 
 

ประกันภัยพิเศษ

กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ