โรคยอดฮิตที่มากับฤดูฝน

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย
โรคยอดฮิตที่มากับฤดูฝน

27/06/2019 | ชีวิตดีกับ TQM | โรคหน้าฝน 62 มีโรคไหนต้องระวัง

โรคยอดฮิตที่มากับฤดูฝน มีอะไรบ้าง

     ปัญหาช่วงหน้าฝนนอกจากเรื่องน้ำท่วมขังที่รอการระบาย การจราจรติดขัด รวมถึงการเดินทางที่แสนยากลำบาก ที่ทำหลายคนต่างเอือมระอาไปตามๆ กันแล้ว ปัญหาโรคภัยที่มาพร้อมหน้าฝน ก็เป็นสิ่งที่ใครหลายคนต่างเป็นกังวลเช่นกัน และถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ หรือรักษาไม่ทัน ก็อาจเสี่ยงมีอันตรายถึงชีวิต!
 
ฤดูฝนอาจส่งผลมากมาย
 
     เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณและคนรอบข้าง พี่หมีมีโรคยอดฮิตช่วงหน้าฝนที่ควรระวังมาบอกครับ และหากรู้สึกว่าร่างกายมีความผิดปกติ ควรรีบทำการพบแพทย์โดยด่วน!
 
ไข้หวัดธรรมดา
     เป็นหนึ่งในโรคยอดฮิตที่ไม่ร้ายแรง โดยเป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสในทางเดินหายใจ ที่กระทบต่อจมูก สามารถรักษาให้หายได้เอง ภายใน 7-10 วัน โดยอาการเริ่มต้นคือ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล และมีไข้
 
วิธีป้องกัน : สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกไปในที่สาธารณะ รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด เพราะเชื้อโรคชนิดนี้ สามารถติดต่อผ่านทางการหายใจ ที่สำคัญคือล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก็เป็นการช่วยปกป้องตัวเองจากโรคหวัดได้เช่นกัน
 
ไข้หวัดธรรมดา
 
ไข้หวัดใหญ่
     สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) โดยเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ ชนิดเอ บี และซี โดยที่พบบ่อยที่สุดคือไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ โดยไข้หวัดใหญ่จะแพร่เชื้อผ่านทางการไอจาม รวมถึงการสัมผัสสารคัดหลั่งจากตัวผู้ป่วย สำหรับอาการเบื้องต้นคือตัวร้อน ไข้ขึ้นสูง อาเจียน รวมถึงมีอาการท้องร่วง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงขั้นรุนแรงคือ มีอาการปอดอักเสบรุนแรง หายใจเร็วและลำบาก รวมถึงมีอาการเหนื่อยหอบ ที่ร้ายแรงกว่านั้นอาจถึงขั้นเสียชีวิต 

วิธีป้องกัน : สวมใส่หน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง รวมถึงล้างมือให้สะอาด นอกจากนี้การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน
 
โรคไข้เลือดออก
 
โรคไข้เลือดออก
     เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายช่วงหน้าฝนที่คร่าชีวิตผู้คนไปในจำนวนไม่น้อย! โดยเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสเดงกี ซึ่งครั้งแรกที่เกิดโรคจะมีอาการไม่รุนแรง ส่วนครั้งที่ 2 จะมีอาการที่รุนแรงถึงขั้นเลือดตามอวัยวะภายในร่างกาย รวมถึงอาจมีอาการช็อคจนถึงขั้นเสียชีวิต! ทั้งนี้ทั้งนั้น โรคไข้เลือดออกไม่ได้มาจากยุงโดยตรง แต่เกิดจากคนสู่คนที่มียุงเป็นพาหะโดยเฉพาะยุงลายตัวเมีย โดยกัดและดูดเลือดจากผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกี ก็ส่งผลให้ไข้เลือดออกเข้าไปฟักตัว แล้วยุงก็จะแพร่เชื้อโดยการกัด ในกรณีที่เกิดอาการร้ายแรงจะส่งผลให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มีผื่นแดง หรือจ้ำเลือดใต้ผิวหนังทั่วร่างกาย รวมถึงมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
 
วิธีป้องกัน : ควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายภายในบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำขัง รวมถึงเปลี่ยนน้ำใจแจกันทุก 7 วัน กำจัดภาชนะที่แตกหักที่เป็นบ่อเกิดปัญหาน้ำขัง เลี้ยงปลาในอ่างเพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลาย ปิดฝาภาชนะที่ใส่น้ำให้มิดชิด อีกทั้งการกางมุ้งเวลานอนก็ช่วยป้องกันยุงลายได้เช่นกัน
 
 
โรคตาแดง
     เกิดจากการติดเชื้อของเยื่อบุตา ส่งผลให้เกิดอาการตาแดง คันตา เคืองตา รวมถึงมีอาการปวดเบ้าตา โดยจะรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ภายดวงตา ทำให้เกิดน้ำตาไหล และเปลือกตาบวม  รวมถึงมีตุ่มขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป สำหรับโรคตาแดงเกิดจากเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย มักมาพร้อมกับโรคหวัดที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งติดต่อจากการที่สัมผัสเชื้อโรคโดยตรงแล้วมาสัมผัสที่ดวงตา นอกจากนี้การใช้ของร่วมกัน ก็เป็นสาเหตุของโรคเช่นกัน
 
วิธีป้องกัน : ล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา หรือขยี้ตาบ่อยๆ สำหรับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ ควรรอให้อาการหายดีเสียก่อน เพราะอาจทำให้อาการรุนแรง หรือตาอับเสบหนักกว่าเดิม
 
โรคฉี่หนู
 
โรคฉี่หนู
     เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบในช่วงหน้าฝน โดยเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่อยู่ในปัสสาวะของหนู หรือสัตว์อื่นๆ โดยปะปนมากับน้ำท่วม หากสัมผัสโดยตรงมีส่วนทำให้เชื้อโรคซึมผ่านเข้าทางแผลในร่างกาย โดยหลังจากที่ได้รับเชื้อประมาณ 1-2 อาทิตย์ จะมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บช่อง
ท้อง ปวดศีรษะ ตาแดง คอแข็ง และมีไข้ติดต่อกันหลายวัน หากไม่รีบไปพบแพทย์ อาจทำให้เกิดอาการรุนแรง ถึงขั้นมีเลือดออกบริเวณเพดานปาก รวมถึงตามผิวหนัง ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือมีอาการตับวาย ไตวาย รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
 
วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมด้วยเท้าเปล่า แต่หากมีความจำเป็นต้องลุยน้ำท่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรล้างเท้าให้สะอาด และถ้าพบสิ่งผิดปกติในร่างกาย ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
 
โรคน้ำกัดเท้า
     เกิดจากเชื้อราที่มีสาเหตุมาจากการเดินลุยน้ำท่วมขัง โดยจะทำให้เกิดขอบนูนเป็นวงกลม มีน้ำเหลืองเยิ้ม  และมีอาการคัน
 
วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมเท้าเปล่า และควรล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้ง
 
โรคอุจจาระร่วง
 
โรคอุจจาระร่วง
แบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ
1. อุจจาระร่วงเฉียบพลัน : โดยจะมีอาการอุจจาระร่วงน้อยกว่า 7 วัน
2. อุจจาระร่วงเรื้อรัง :  คือมีอาการอุจจาระร่วงมากกว่า 7 วัน
     โดยจะแบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ อุจจาระเป็นน้ำ โดยเกิดจากอาหารเป็นพิษ ติดเชื้อไวรัสโรต้า และอหิวาตกโรค อย่างที่สองคืออุจจาระเป็นมูกเลือด มีสาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และเชื้ออะมีบา
 
วิธีป้องกัน : ระมัดระวังในการรับประทานอาหาร โดยควรเลือกทานอาหารที่ปรุงสดใหม่ รวมถึงใช้ช้อนกลางทุกครั้ง และล้างมือให้สะอาด
 
ช่วงหน้าฝนควรหมั่นดูแลสุขภาพตัวเอง และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
 
     ถ้าไม่อยากต้องเผชิญกับโรคร้ายในช่วงฝนตก ควรหมั่นดูแลสุขภาพตัวเอง และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ และอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน คือการทำประกันสุขภาพ เพื่อช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายต่างๆ เมื่อต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยประกันสุขภาพมนุษย์เงินเดือนจาก TQM เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างมาก มาพร้อมเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 20 บาท ให้การคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 400,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1737 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
 READ MORE :