เช็คราคาแผนประกัน
กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *


ก่อนจะรู้ว่า “เปลี่ยนเกียร์ D มา N” ดีหรือไม่ เราต้องเข้าใจการทำงานของ เกียร์รถออโต้ กันก่อน เกียร์ออโต้ต่างจากเกียร์ธรรมดา เพราะไม่มีคลัตช์ให้เหยียบเอง ระบบจะใช้ Torque Converte ทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อแทนโดยอัตโนมัติตามความเร็วและตำแหน่งคันเร่ง
เกียร์ D (Drive) คือโหมดที่ใช้ในการขับเคลื่อนปกติ เมื่อตั้งคันเกียร์ไว้ที่ D ระบบเกียร์จะเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ตลอดเวลา ทำให้รถพร้อมเคลื่อนทันทีที่เหยียบคันเร่ง ถึงแม้ตอนหยุดอยู่เฉย ๆ เครื่องยนต์ก็ยังส่งแรงไปที่เกียร์อยู่เสมอ
เกียร์ N (Neutral) คือเกียร์ว่าง ระบบจะตัดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์มายังล้อ ทำให้รถไม่เคลื่อน แต่เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ ใช้ในกรณีที่ต้องเข็นรถ หรือหยุดรถชั่วคราวในระยะสั้น ๆ เช่นการจอดรถซ้อนคัน หรือการจอดติดไฟแดงเป็นเวลานาน

สำหรับคำถามหลักที่ทุกคนสงสัยเกี่ยวกับ หากเปลี่ยนเกียร์ D มา N ตอนรถติด ดีจริงหรือพังเร็วกว่าเดิม คำตอบก็คือ หากเปลี่ยนเกียร์ตอนรถหยุดนิ่ง และ เหยียบเบรกแน่น เป็นครั้งคราว โดยทั่วไปจะ ไม่ทำให้ชุดเกียร์พังทันที หรือเสียหายเชิงใหญ่โตที่วัดได้ หลายแหล่งช่างและวิศวกรระบุว่าการเปลี่ยนแบบนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายเชิงโครงสร้างต่อเกียร์โดยตรง
แต่ถ้าทำบ่อยมากเป็นประจำ (เช่น เปลี่ยนทุก 10–20 วินาที) อาจทำให้ชิ้นส่วนเชื่อมโยง ชุดเลื่อนก้านเกียร์สึกหรอเร็วกว่าปกติ หากเปลี่ยนขณะรถยังมีแรงดัน/เคลื่อนที่ อาจเกิดแรงกระชากหรือเพิ่มการสึกหรอของคลัตช์/วาล์วภายในเกียร์ การสลับเกียร์บ่อย ๆ อาจเพิ่มอุณหภูมิของน้ำมันเกียร์ในบางกรณี (ถ้าระบบมีปัญหาอื่นร่วมด้วย) ซึ่งไม่ดีต่ออายุการใช้งานของ ATF และชิ้นส่วนภายใน

เมื่อเข้าเกียร์นี้ ระบบจะส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยอัตโนมัติ เพื่อให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า โดยควรใช้เกียร์ D ในสถานการณ์ต่อไปนี้
เมื่อเข้าเกียร์นี้ ระบบจะตัดกำลังระหว่างเครื่องยนต์กับล้อ ทำให้รถไม่เคลื่อน (แต่ยังสามารถไหลได้ ถ้าไม่มีการดึงเบรกมือ) โดยควรใช้เกียร์ N ในสถานการณ์ต่อไปนี้

หากรถหยุดไม่นาน การเหยียบเบรกไว้ในเกียร์ D ถือว่าไม่เป็นอันตรายต่อระบบเกียร์แต่อย่างใด
ถ้าจอดติดยาว ๆ เช่น รถติดกลางเมืองนานเป็นนาที ให้เปลี่ยนเป็น N และดึงเบรกมือช่วย จะลดภาระและความร้อนของระบบเกียร์
การโยกเกียร์จาก D ไป N แล้วกลับ D บ่อยเกินไปในช่วงสั้น ๆ จะสร้างความสึกหรอในระบบเกียร์อัตโนมัติได้
น้ำมันเกียร์คือหัวใจของ เกียร์รถออโต้ ควรตรวจเช็กระดับและสภาพทุก 40,000 กิโลเมตร หรือทุก 2 ปี เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะในช่วงเช้า เพื่อให้น้ำมันเกียร์ไหลเวียนทั่วระบบก่อนเริ่มออกตัว จะช่วยลดการกระชากของเกียร์ได้มาก

ได้ เฉพาะในจังหวะที่รถหยุดนิ่งยาวจริง ๆ และรถไม่มีแผนจะเคลื่อนทันที และควรใช้ เบรกมือร่วมด้วย แต่ถ้าเป็นรถติดนิ่ง-เดินหน้า-หยุดๆ หลายครั้ง ไม่แนะนำสลับเกียร์ บ่อย ๆ
ความต่างเรื่องค่าน้ำมันมีน้อยมาก แทบไม่เห็นผลในชีวิตจริงสำหรับ เกียร์รถยนต์ รุ่นใหม่ ๆ ระบบของรถสมัยใหม่ถูกออกแบบมาให้รอบเดินเบาใน D ประหยัดอยู่แล้ว คนสวยไม่จำเป็นต้องเข้า N ตลอดเวลาเพื่อหวังประหยัดน้ำมัน
รถเกียร์ธรรมดาไม่มีเกียร์ D-N แบบออโต้ ระบบเกียร์ออโต้ใช้ทอร์กคอนเวอร์เตอร์ทำให้มีแรงขับแม้ไม่เหยียบคันเร่ง
การเปลี่ยนเกียร์ D มา N ตอนรถติด ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรทำเฉพาะตอนจอดนิ่งนานๆ เท่านั้น หากรถหยุดชั่วคราวควรอยู่ที่เกียร์ D จะดีกว่า เพื่อป้องกันความเสียหายต่อ เกียร์รถออโต้ และยืดอายุการใช้งานของ เกียร์รถยนต์ ให้ยาวนานยิ่งขึ้น
นอกจากนี้แล้วอย่าลืมที่จะทำประกันรถยนต์ ไว้ช่วยคุ้มครองทั้งรถและคุณจากเหตุไม่คาดฝัน หากสนใจสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับทาง TQM หรือกรอกข้อมูลที่กล่องด้านล่างเพื่อค้นหาแผนประกันตรงใจ หรือแชทกับพี่หมีได้ที่นี่ หรือโทร Hotline 1737 ยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ
1,742 ครั้ง
พี่หมี TQM
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2176 บทความ
พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ *
นามสกุล *
เบอร์โทรศัพท์มือถือ *
