นั่งทำงานนานเกินกี่ชั่วโมง เสี่ยงสุขภาพพังโดยไม่รู้ตัว
article author pfp

พี่หมี TQM

article created at icon04/05/69

950 ครั้ง

นั่งทำงานนานเกินกี่ชั่วโมง เสี่ยงสุขภาพพังโดยไม่รู้ตัว

     ในยุคดิจิทัลที่การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต พนักงานออฟฟิศหลายคนมักเพลินกับการเคลียร์งานจนลืมนับเวลา แต่คุณทราบหรือไม่ว่าการนั่งติดเก้าอี้เป็นเวลานานอาจส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายมากกว่าที่คิด วันนีพี่หมี TQM จะพามาเจาะลึกว่า นั่งทำงานนานกี่ชั่วโมงอันตราย และการนั่งทำงานนาน เสี่ยงโรคอะไรบ้าง เพื่อให้คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนที่ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนรุนแรง


Key Takeaway

 

  • การนั่งทำงานนานเกินไปทำให้ระบบเผาผลาญช้าลง เลือดไหลเวียนไม่สะดวก และกล้ามเนื้อหลายส่วน (ขา สะโพก หลัง) อ่อนแรงหรือตึงเครียดจากการไม่ได้ใช้งาน
  • ร่างกายจะเริ่มได้รับผลกระทบหากนั่งติดต่อกันเกิน 1-2 ชั่วโมง และจะเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาวหากนั่งสะสมรวม 6-8 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่มีกิจกรรมทางกายอื่น
  • พฤติกรรมการนั่งนานเพิ่มความเสี่ยงของโรคอ้วน, เบาหวานชนิดที่ 2, โรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง ไปจนถึงอาการทางกายภาพอย่างออฟฟิศซินโดรม เส้นเลือดขอด และกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น ลุกขยับทุก 30-60 นาที,  ปรับท่านั่งให้ถูกต้อง และหมั่นเดินเล่นสั้น ๆ หลังมื้ออาหารเพื่อช่วยระบบย่อยและระบบไหลเวียนเลือด

 

📖  รวมไฮไลท์ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย

 


ทำไมการนั่งทำงานนานเกินไปถึงอันตราย

     การนั่งทำงานเป็นเวลานานทำให้ร่างกายอยู่ในท่าเดิมซ้ำ ๆ กล้ามเนื้อหลายส่วนไม่ได้ใช้งาน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา สะโพก หลัง และแกนกลางลำตัว เมื่อร่างกายขยับน้อย ระบบเผาผลาญพลังงานก็ทำงานช้าลง การไหลเวียนเลือดลดลง และอาจเกิดการสะสมของไขมัน น้ำตาล หรือความตึงเครียดในกล้ามเนื้อได้ง่ายขึ้น หลายคนเริ่มรู้สึกปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง หรือขาชาหลังจากนั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง หรือที่หลายคนจะเรียกว่าออฟฟิศซินโดรม แต่บางคนอาจไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก จึงไม่รู้ตัวว่าสุขภาพกำลังถูกกระทบทีละน้อย

นั่งทำงานนานเกินกี่ชั่วโมง เสี่ยงสุขภาพพัง

นั่งทำงานนานกี่ชั่วโมงถึงอันตราย

     โดยทั่วไป หากนั่งทำงานติดต่อกันเกิน 1-2 ชั่วโมงโดยไม่ลุกขยับ ร่างกายอาจเริ่มได้รับผลกระทบ เช่น เลือดไหลเวียนช้าลง กล้ามเนื้อตึง ข้อต่อขยับน้อยลง และเริ่มเกิดอาการเมื่อยล้า

 

     แต่ถ้าในภาพรวมของทั้งวัน หากนั่งสะสมวันละ 6-8 ชั่วโมงขึ้นไปเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้มากขึ้น หากแทบไม่ได้มีกิจกรรมทางกายอื่น ๆ เลย โดยเฉพาะในคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือมีพฤติกรรมกินอาหารหวาน มัน เค็มร่วมด้วย

 

นั่งทำงานนาน เสี่ยงโรคอะไรบ้าง

     การนั่งทำงานนานๆ ไม่ได้ทำให้เกิดแค่อาการปวดเมื่อยเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังหลายชนิด โดยเฉพาะเมื่อเป็นพฤติกรรมสะสมทุกวัน ซึ่งมีโรคที่ต้องระวังดังนี้

 

โรคอ้วน

     เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวน้อย การใช้พลังงานก็ลดลง หากกินเท่าเดิมหรือกินมากขึ้น แต่ขยับตัวน้อยลง พลังงานส่วนเกินอาจสะสมเป็นไขมัน โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง การนั่งทำงานนาน ๆ ยังทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง กล้ามเนื้อไม่ได้ใช้พลังงานมากเท่าที่ควร จึงเพิ่มโอกาสน้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว โรคอ้วนจึงเป็นหนึ่งในความเสี่ยงแรก ๆ ที่ควรระวัง

 

เบาหวานชนิดที่ 2

     การนั่งนานอาจส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพราะกล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญในการนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ร่างกายอาจจัดการน้ำตาลได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นทุกวัน ร่วมกับการกินอาหารหวาน แป้งเยอะ หรือเครื่องดื่มน้ำตาลสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลิน และนำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้

 

โรคหัวใจและหลอดเลือด

     เพราะการนั่งนานทำให้การไหลเวียนเลือดลดลง ร่างกายเผาผลาญไขมันได้น้อยลง และอาจเกี่ยวข้องกับระดับไขมันในเลือด ความดันโลหิต และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น เมื่อปัจจัยเหล่านี้สะสมเป็นเวลานาน อาจเพิ่มภาระให้หัวใจและหลอดเลือดได้ โดยเฉพาะในคนที่มีความเสี่ยงเดิม เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ สูบบุหรี่ มีความดันสูง หรือมีไขมันในเลือดสูง

 

ความดันโลหิตสูง

     การไม่ค่อยเคลื่อนไหวอาจทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานไม่คล่องตัวเท่าที่ควร หากนั่งทำงานนานทุกวัน ร่วมกับความเครียด การนอนน้อย และการกินเค็ม อาจเพิ่มโอกาสเกิดความดันโลหิตสูงได้ ความดันโลหิตสูงมักไม่แสดงอาการในช่วงแรก หลายคนจึงไม่รู้ตัว การลดเวลานั่งนิ่งและเพิ่มการเคลื่อนไหวระหว่างวันจึงเป็นวิธีดูแลสุขภาพที่ควรเริ่มตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่เรื้อรัง

     ปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดในคนทำงานออฟฟิศคืออาการปวดหลัง ปวดคอ และปวดไหล่ โดยเฉพาะคนที่นั่งหลังค่อม ก้มหน้ามองจอ โน้มตัวไปข้างหน้า หรือวางแขนผิดท่าเป็นเวลานาน เมื่อกล้ามเนื้อบางส่วนทำงานหนักเกินไป ขณะที่บางส่วนไม่ได้ใช้งาน อาจเกิดความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ ทำให้ปวดเรื้อรัง และอาจส่งผลต่อกระดูกสันหลังในระยะยาวได้

นั่งทำงานนาน เสี่ยงโรคอะไรบ้าง

ออฟฟิศซินโดรม

     ออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อซ้ำ ๆ หรืออยู่ในท่าเดิมนานเกินไป เช่น นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ตลอดวัน ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดท่าเดิม หรือเกร็งไหล่โดยไม่รู้ตัว อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดข้อมือ นิ้วล็อก ปวดศีรษะ และตาล้า หากปล่อยไว้นานอาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงาน

 

ขาบวม เส้นเลือดขอด และเลือดไหลเวียนไม่ดี

     เมื่อนั่งห้อยขาหรืองอเข่าเป็นเวลานาน เลือดบริเวณขาอาจไหลเวียนกลับหัวใจได้ช้าลง ทำให้เกิดอาการขาบวม หนักขา หรือเส้นเลือดขอดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในคนที่นั่งนานมาก ยืนนานมาก หรือไม่ค่อยออกกำลังกาย บางกรณีที่นั่งนิ่งเป็นเวลานานมาก ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำได้ โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น อ้วน สูบบุหรี่ ตั้งครรภ์ ใช้ยาบางชนิด หรือเคยมีประวัติลิ่มเลือดอุดตัน

 

กล้ามเนื้อสะโพกและขาอ่อนแรง

     การนั่งนานทำให้กล้ามเนื้อสะโพก ต้นขา และแกนกลางลำตัวไม่ได้ใช้งานเต็มที่ เมื่อเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อเหล่านี้อาจอ่อนแรง ส่งผลต่อท่าทาง การทรงตัว และการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน บางคนอาจเริ่มรู้สึกว่าลุกจากเก้าอี้ยาก เดินขึ้นบันไดเหนื่อยง่าย หรือปวดสะโพกและหลังล่างบ่อยขึ้น ทั้งหมดนี้อาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมนั่งนานได้

 

สุขภาพจิตและความเครียด

     การนั่งทำงานนานโดยไม่พัก ไม่ได้กระทบแค่ร่างกาย แต่ยังส่งผลต่อจิตใจด้วย การจ้องหน้าจอนาน ๆ การประชุมต่อเนื่อง และการไม่ได้ขยับตัว อาจทำให้สมองล้า เครียด หงุดหงิดง่าย และประสิทธิภาพในการคิดลดลง การลุกเดิน เปลี่ยนอิริยาบถ หรือพักสายตาสั้น ๆ ระหว่างวัน ช่วยให้สมองได้รีเซ็ต ลดความตึงเครียด และช่วยให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น

 

วิธีลดความเสี่ยงจากการนั่งทำงานนาน

     สิ่งสำคัญคือการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งหมดในทันที แค่เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน โดยสามารถทำได้ดังนี้

 

  • ลุกขยับทุก 30-60 นาที : ตั้งนาฬิกาเตือนให้ลุกจากเก้าอี้ทุก 30-60 นาที ครั้งละ 2-5 นาที อาจเดินไปเติมน้ำ เดินรอบโต๊ะ ยืดแขน ยืดขา หรือยืนคุยโทรศัพท์ก็ได้
  • ใช้กฎ 20-20-20 พักสายตา : สำหรับคนที่ทำงานหน้าจอ ควรใช้กฎ 20-20-20 คือ ทุก 20 นาที ให้มองออกไปไกลประมาณ 20 ฟุต หรือประมาณ 6 เมตร เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อช่วยลดอาการตาล้าและตาแห้ง
  • ปรับท่านั่งให้เหมาะสม : การปรับท่านั่งเก้าอี้ทำงานให้เหมาะสมช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้มาก โดยควรปรับเก้าอี้ โต๊ะ และหน้าจอให้เหมาะกับร่างกาย
  • ยืนทำงานสลับนั่ง : หากมีโต๊ะปรับระดับได้ อาจสลับยืนทำงานเป็นช่วง ๆ เช่น ยืน 15-30 นาที แล้วกลับมานั่ง ไม่ควรยืนทั้งวัน เพราะการยืนนานเกินไปก็อาจทำให้ปวดขาและหลังได้เช่นกัน
  • เดินหลังมื้ออาหาร : หลังมื้ออาหาร โดยเฉพาะมื้อกลางวัน ควรเดินเบา ๆ ประมาณ 5-10 นาที แทนการนั่งทันที วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายขยับมากขึ้น ลดความง่วงหลังอาหาร และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : การลุกขยับระหว่างวันช่วยลดผลเสียจากการนั่งนาน แต่ยังควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ เวทเทรนนิ่ง หรือออกกำลังกายแบบที่ชอบ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ : การดื่มน้ำช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังเป็นวิธีธรรมชาติที่ทำให้เราต้องลุกไปเติมน้ำหรือเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น ซึ่งช่วยลดเวลานั่งนิ่งไปในตัว

วิธีลดความเสี่ยงจากการนั่งทำงานนาน

คำถามที่พบบ่อย

ออกกำลังกายทุกวันแล้ว ยังต้องลุกระหว่างทำงานไหม?

หากออกกำลังกายทุกวันแล้ว ยังต้องลุกระหว่างทำงานอยู่ดี เพราะแม้การออกกำลังกายจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น แต่การนั่งนิ่งต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ยังอาจส่งผลเสียต่อระบบไหลเวียนเลือด กล้ามเนื้อ และระบบเผาผลาญได้

 

ถ้าเริ่มปวดหลังจากการนั่งทำงาน ควรทำอย่างไร?

ถ้าเริ่มปวดหลังจากการนั่งทำงาน ควรเริ่มจากปรับท่านั่ง ปรับโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมาะสม ลุกขยับบ่อยขึ้น และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นประจำ หากปวดมากปวดเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินอย่างเหมาะสม

 

     การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องยาก แค่เริ่มจากลุกขยับทุก 30-60 นาที ปรับท่านั่งให้เหมาะสม พักสายตา ดื่มน้ำให้เพียงพอ เดินหลังมื้ออาหาร และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการนั่งทำงานนานได้มาก อย่ารอให้ปวดหลังเรื้อรัง น้ำหนักขึ้น หรือสุขภาพพังโดยไม่รู้ตัว เพราะการลุกขึ้นขยับเพียงไม่กี่นาที อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว 

 

     อีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีของคนทำงานคือการมี ประกันสุขภาพ ไว้คอยดูแล คุ้มครองครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าห้อง ค่ายา  หากสนใจสามารถเช็คเบี้ยประกันสุขภาพ กับ TQM ได้ฟรี หรือโทร 1737 เพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมงครับ

เช็คเบี้ยประกันสุขภาพ

article created at icon04/05/69

950 ครั้ง

main-article-author-pfp

พี่หมี TQM

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก TQM Insurance Broker | 2212 บทความ

พี่หมี TQM ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย ดูแลเรื่องรถ บ้าน สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เหมือนมีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ

เช็คราคาแผนประกัน

กรอกข้อมูลเพื่อค้นหาแผนประกัน

สุขภาพ
สุขภาพ
มะเร็ง
มะเร็ง
ลดหย่อนภาษี
ลดหย่อนภาษี

ชื่อ *

นามสกุล *

เพศ *

วัน/เดือน/ปีเกิด *

เบอร์โทรศัพท์มือถือ *

TQM Bear
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง